Thematic Investing หรือการลงทุนตามธีม อาจดูเป็นกลยุทธ์ที่ล้ำสมัยและเพิ่งเกิดขึ้นในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาพร้อมกับการเติบโตของเทคโนโลยี แต่ในความเป็นจริงแล้ว แนวคิดพื้นฐานของการลงทุนที่ขับเคลื่อนด้วยวิสัยทัศน์ระยะยาวนั้นมีรากฐานที่หยั่งลึกในประวัติศาสตร์การเงิน การทำความเข้าใจ “ที่มาที่ไปของ Thematic Investing” คือ การทำความเข้าใจวิวัฒนาการของการลงทุนที่เปลี่ยนจากการเน้นโครงสร้างตลาดแบบคงที่ ไปสู่การโฟกัสที่การเปลี่ยนแปลงเชิงพลวัตของโลก (Dynamic Global Change) ซึ่งจะมีข้อมูลส่วนไหนที่น่าสนใจบ้างนั้น…เราไปชมพร้อมกันดีกว่าครับ
รากฐานของการลงทุนตามแนวคิด (The Conceptual Roots)
ก่อนที่คำว่า Thematic Investing คือ คำที่แพร่หลาย นักลงทุนรายใหญ่และผู้จัดการกองทุนที่มีชื่อเสียงได้ใช้แนวคิดที่คล้ายคลึงกันนี้มานานแล้ว โดยมุ่งเน้นไปที่การระบุแนวโน้มเศรษฐกิจและสังคมที่กำลังจะมาถึง
1. การลงทุนตามวัฏจักรเศรษฐกิจในอดีต (Early Cyclical Investing)
ในช่วงกลางศตวรรษที่ 20 แนวคิดการลงทุนส่วนใหญ่มุ่งเน้นไปที่การวิเคราะห์เชิงปริมาณ (Quantitative Analysis) และวัฏจักรเศรษฐกิจ (Economic Cycles) นักลงทุนจะพยายามทำนายว่าอุตสาหกรรมใดจะเติบโตเมื่อเศรษฐกิจขยายตัว และอุตสาหกรรมใดจะหดตัวในช่วงเศรษฐกิจถดถอย นี่คือแนวคิดแรก ๆ ที่ข้ามพรมแดนของหุ้นรายตัว ไปสู่การจัดกลุ่มการลงทุนตามแนวโน้มที่กว้างขึ้น
2. อิทธิพลของ Peter Lynch และ Mega-Trends
หนึ่งในผู้บุกเบิกแนวคิดการลงทุนตาม “เรื่องราว” คือ Peter Lynch ผู้จัดการกองทุน Fidelity Magellan Fund ที่มีชื่อเสียง Lynch ไม่ได้ใช้คำว่า Thematic Investing โดยตรง แต่หลักการของเขาในการมองหาสินค้าหรือบริการที่ “ง่ายต่อการเข้าใจ” และ “มีการเติบโตที่คาดการณ์ได้ในระยะยาว” คือรากฐานสำคัญ
ช่วงทศวรรษที่ 1980 และ 1990 นักลงทุนเริ่มมองเห็นอิทธิพลของ “Mega-Trends” ที่ชัดเจน เช่น การเติบโตของการใช้คอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล, อินเทอร์เน็ต, และการขยายตัวของโลกาภิวัตน์ (Globalization) ผู้ที่ลงทุนในกลุ่มบริษัทที่เกี่ยวข้องกับเมกะเทรนด์เหล่านี้ (เช่น Microsoft, Intel) ได้สร้างผลตอบแทนที่เหนือกว่าตลาดอย่างมหาศาล ซึ่งเป็นการยืนยันว่าการจับกระแสใหญ่ของโลกมีความสำคัญมากกว่าการวิเคราะห์พื้นฐานรายบริษัทเพียงอย่างเดียว
3. การเปลี่ยนผ่านสู่ความยั่งยืน (The Rise of ESG)
จุดเปลี่ยนสำคัญอีกประการคือการเพิ่มขึ้นของการลงทุนที่คำนึงถึงปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (ESG) ในช่วงปลายศตวรรษที่ 20 การลงทุน ESG ถือเป็นรูปแบบหนึ่งของ Thematic Investing คือ การลงทุนตามธีมที่ขับเคลื่อนด้วยค่านิยม โดยเฉพาะธีมที่เกี่ยวข้องกับการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม หรือการสร้างความเท่าเทียมทางสังคม การเติบโตของ ESG ได้พิสูจน์ให้เห็นว่า “แนวคิด” และ “ค่านิยม” สามารถเป็นปัจจัยขับเคลื่อนการตัดสินใจลงทุนได้เทียบเท่ากับปัจจัยทางการเงินแบบดั้งเดิม
กำเนิดของ Thematic Investing ในฐานะกลยุทธ์ที่ชัดเจนแห่งศตวรรษที่ 21
Thematic Investing คือ แนวคิดที่ถูกพัฒนาและหล่อหลอมให้เป็นกลยุทธ์ที่ชัดเจนและเป็นระบบในช่วงต้นศตวรรษที่ 21 พร้อมกับการเกิดขึ้นของนวัตกรรมที่เข้ามาทำลายล้างโครงสร้างเศรษฐกิจแบบเก่า
การเกิดขึ้นของเทคโนโลยีที่ทำลายล้าง (Disruptive Technology) ซึ่งในช่วงปี 2000 เป็นต้นมา ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีได้เริ่มทำลายขีดจำกัดของอุตสาหกรรมและภูมิภาคอย่างแท้จริง การเกิดขึ้นของสมาร์ทโฟน, คลาวด์คอมพิวติ้ง, และอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง ทำให้การจัดหมวดหมู่หุ้นแบบเดิม (เช่น GICS) ไม่สามารถสะท้อนภาพรวมของบริษัทสมัยใหม่ได้อย่างถูกต้อง
บทบาทของ ETFs และ ARK Invest ที่ส่งผลให้ Thematic Investing เป็นที่รู้จัก
ปัจจัยที่ทำให้ Thematic Investing คือ กลยุทธ์ที่แพร่หลายในหมู่นักลงทุนรายย่อยคือการเกิดขึ้นและการเติบโตของ Exchange Traded Funds (ETFs) ซึ่งสามารถอธิบายได้ดังนี้
- ETFs เป็นเครื่องมือ ในช่วงปี 2010s บริษัทบริหารสินทรัพย์เริ่มใช้โครงสร้าง ETF ในการนำเสนอการลงทุนตามธีมที่ซับซ้อนให้แก่นักลงทุนรายย่อยได้ง่ายขึ้น ด้วยต้นทุนที่ต่ำและการซื้อขายที่ง่ายดาย
- กรณีศึกษาของ ARK Invest: บริษัท ARK Invest ภายใต้การนำของ Cathie Wood ได้กลายเป็นผู้นำในการนำเสนอ Thematic ETFs โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่เน้นเทคโนโลยีการทำลายล้าง (Disruptive Innovation) ความสำเร็จอันโดดเด่นของกองทุนเหล่านี้ในช่วงปี 2020 ได้สร้างความเชื่อมั่นอย่างสูงว่า การลงทุนในธีมที่ถูกต้องสามารถให้ผลตอบแทนที่เหนือกว่าดัชนีตลาดหลักอย่าง S&P 500 หรือ Nasdaq ได้อย่างมาก ทำให้กลยุทธ์นี้กลายเป็นกระแสหลักทันที
Thematic Investing ในปัจจุบัน
ในปัจจุบัน Thematic Investing คือ ส่วนสำคัญของอุตสาหกรรมการจัดการสินทรัพย์ที่เติบโตอย่างรวดเร็ว ด้วยเหตุผลสองประการหลัก ไม่ว่าจะเป็น การเข้าถึงข้อมูลของนักลงทุนรายย่อย ในยุคดิจิทัล นักลงทุนรายย่อยสามารถเข้าถึงข้อมูล, บทวิเคราะห์, และงานวิจัยเกี่ยวกับเมกะเทรนด์ได้ง่ายดาย ทำให้พวกเขามีความมั่นใจในการตัดสินใจลงทุนตามธีมที่พวกเขาเชื่อถือ ซึ่งแตกต่างจากในอดีตที่ข้อมูลเชิงลึกเหล่านี้จำกัดอยู่เฉพาะสถาบันการเงินขนาดใหญ่เท่านั้น
จากข้อมูลที่เราได้นำมาฝากทุกๆ ท่านเกี่ยวกับที่มาที่ไปของ “Thematic Investing” เราหวังว่าจะเป็นข้อมูลที่น่าสนใจและช่วยให้ทุกๆ ท่านไปอ่านได้ประโยชน์กันไม่มากก็น้อยกันนะครับ
